รู้ลึกรู้จริง Workstation vs PC ประกอบ
posted on 25 Aug 2008 00:24 by trip-computerรู้ลึกรู้จริง Workstation vs PC ประกอบ
“ลองมองไปในออฟฟิศหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะออฟฟิศที่ทำงานด้านกราฟิก คุณอาจจะพบเห็นเครื่องเดสก์ทอปมากมายที่มีคนกำลังใช้งานโปรแกรมกราฟิกอยู่ และคุณอาจคิดว่านั่นคือเครื่องพีซีที่ใช้งานกันตามบ้านทั่วไป แต่ไม่ใช่ทั้งหมดแน่ครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเคยได้ยินคำว่า Workstation มาบ้างไหม และสามารถบอกความแตกต่างระหว่างพีซีธรรมดากับเครื่อง Workstation ได้มากน้อยเพียงใด”
เวิร์กสเตชันคืออะไร?
เวิร์กสเตชัน (Workstation) ถ้าแปลแบบห้วนๆ ก็จะหมายถึง “สถานีงาน” แต่เป็นสถานีงานที่ประกอบกันขึ้นมาด้วยระบบคอมพิวเตอร์นั่นเอง อันที่จริงแล้วเครื่องเวิร์กสเตชันก็ถือเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งในสมัยก่อนถือว่ามีความโดดเด่นมาก เพราะคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจะถุกใช้งานในด้านธุรกิจ หรือในบริษัทและองค์กร โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในองค์กรก็จะมีลักษณะเป็นเทอร์มินัล หรือไคลเอ็นต์ ซึ่งไม่ได้มีความสามารถในการประมวลผลทั้งหมดได้เหมือนกับพีซีปัจจุบัน หรือมีประสิทธิภาพต่ำ ทุกสิ่งถูกประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก เพราะงานส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นการประมวลผลอะไรมากอยู่แล้ว
เวิร์กสเตชันได้เข้ามามีบทบาทในฐานะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการทำงานจริงๆ ตามชื่อของมัน งานที่ เวิร์กสเตชันทำก็จะเป็นงานที่ต้องใช้การประมวลผลสูงๆ เช่น งานด้านกราฟิก งานตัดต่อทั้งภาพและเสียง งานวิเคราะห์ข้อมูลบางอย่างที่มีความซับซ้อนและต้องใช้พลังในการประมวลผลที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเครื่องไคลเอ็นต์ทั่วไปทำไม่ได้ และพีซีในสมัยนั้นก็มีประสิทธิภาพด้อยเกินกว่าจะสามารถนำมาใช้งานเหล่านี้ได้
ปัจจุบัน เครื่องพีซีขนาดเล็กๆ ที่เราใช้งานกันตามบ้านมีประสิทธิภาพสูงที่เรียกได้ว่าเทียบเท่าหรืออาจจะสูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมสมัยก่อนด้วยซ้ำ นั่นเป็นสาเหตุที่ความต้องการของเวิร์กสเตชันถูกเติมเต็มด้วยพีซีที่มีราคาที่ถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ดังนั้น เครื่องพีซีที่เราใช้งานกันอยู่ตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเวิร์กสเตชันขนาดย่อมๆ ก็ว่าได้…คำจำกัดความของเวิร์กสเตชันในยุคที่หน่วยประมวผลทรงประสิทธิภาพสูงนี้ น่าจะเหมาะกับเครื่องพีซีที่มีการออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะด้านได้ดีเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน!
พีซี Vs. เวิร์กสเตชัน
การแยกพีซีประสิทธิภาพสูงกับเครื่องเวิร์กสเตชันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก โดยเฉพาะในตลาดปัจจุบันที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 ประเภทมีการซ้อนทับกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังมีความแตกต่างกันในหลายๆ ส่วนที่พอจะจำแนกแยกแยะได้ โดยเฉพาะเรื่องของต้นกำเนิดและจุดประสงค์ในการใช้งาน เช่น หากเรานำเอาเครื่องพีซีทั่วไปมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ละก็ ถ้ามันสามารถให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ และมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ได้ มันก็คือ เซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งได้เหมือนกัน!
ถ้ามองเรื่องของเทคโนโลยีให้ดีๆ ก็จะพอเห็นได้ว่า High-End PC ที่เราใช้งานจะอยู่ในระดับ Entry-Level หรือ Mid-Level ของเครื่องเวิร์กสเตชันเท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีของเวิร์กสเตชัน ได้ดึงเอาความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์เข้ามาผสมรวมด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการ “ทำงาน” ที่มากขึ้น เรามาดูกันไปทีละส่วนเมื่อเทียบระหว่าง High-End PC ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปกับเครื่องเวิร์กสเตชัน กันดีกว่าครับ น่าจะทำให้เห็นถึงความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น
ตารางเปรียบเทียบซีพียูเวิร์กสเตชันกับซีพียูเดสก์ทอปของอินเทล
| Processor Model | Processor NumberΔ | Cache | Clock Speed | Front Side Bus | System Type | Number of Core | Interface |
| Xeon | L5410 | 12MB | 2.33 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | L5420 | 12MB | 2.50 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X5482 | 12MB | 3.20 GHz | 1600 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X5472 | 12MB | 3.00 GHz | 1600 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X5460 | 12MB | 3.16 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X5450 | 12MB | 3.00 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | L5410 | 12MB | 2.33 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5472 | 12MB | 3.00 GHz | 1600 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5462 | 12MB | 2.80 GHz | 1600 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5450 | 12MB | 3.00 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5440 | 12MB | 2.83 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5430 | 12MB | 2.66 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5420 | 12MB | 2.50 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5410 | 12MB | 2.33 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E5405 | 12MB | 2.00 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X5272 | 6MB | 3.40 GHz | 1600 MHz | Dual Processor | 2 | LGA-771 |
| Xeon | X5260 | 6MB | 3.33 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 2 | LGA-771 |
| Xeon | L5240 | 6MB | 3.00 GHz | 1333 MHz | Dual Processor | 2 | LGA-771 |
| Xeon | E5205 | 6MB | 1.86 GHz | 1066 MHz | Dual Processor | 2 | LGA-771 |
| Xeon | X3360 | 12 MB | 2.83 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X3350 | 12 MB | 2.66 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | X3320 | 6 MB | 2.50 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-771 |
| Xeon | E3110 | 6 MB | 3.00 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-771 |
| Core2 Extreme | QX9775 | 12MB | 3.20 GHz | 1600 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Extreme | QX9770 | 12MB | 3.20 GHz | 1600 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Extreme | QX9650 | 12MB | 3 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Extreme | X9000 | 6 MB | 2.80 GHz | 800 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Quad | Q9550 | 12MB | 2.83 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Quad | Q9450 | 12MB | 2.66 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Quad | Q9300 | 6MB | 2.50 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 4 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E8500 | 6 MB | 3.16 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E8400 | 6 MB | 3 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E8300 | 6 MB | 2.83 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E8200 | 6 MB | 2.66 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E8190 | 6 MB | 2.66 GHz | 1333 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
| Core2 Duo | E7200 | 3 MB | 2.53 GHz | 1066 MHz | Single Processor | 2 | LGA-775 |
CPU
เทคโนโลยีของซีพียูในเครื่อง High-End PC ปัจจุบันคงหนีไม่พ้นซีพียูแรงๆ อย่าง Intel Core2 Quad, Core2 Extreme หรือ AMD Phenom แต่สำหรับแพลตฟอร์มของเวิร์กสเตชัน แล้ว มันได้ดึงเอาความสามารถของซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์จำพวก Intel Xeon และ AMD Opteron มาใช้ ซึ่งด้วยประสิทธิภาพของซีพียูระดับสูงเหล่านี้จะทำให้ เวิร์กสเตชันมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
RAM
องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ก็คือ “แรม” เพราะในกลุ่มของพีซีที่เราใช้กันคงจะเน้นกันเรื่องของความเร็วอย่าง DDR2-667, 800, 1066 หรืออาจจะมากกว่านั้น รวมถึงหน่วยความจำชนิดใหม่อย่าง DDR3 ที่มีความเร็วในการทำงานที่สูงขึ้นด้วย แต่สำหรับเวิร์กสเตชันแล้ว แค่นี้ยังไม่พอครับ การทำงานที่ต้องการความแม่นยำและลดโอกาสผิดพลาดพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหน่วยความจำที่ใช้บนเครื่องเวิร์กสเตชันบางรุ่นจำเป็นใช้หน่วยความจำแบบ ECC, Registered หรือเป็นหน่วยความจำชนิด FB-DIMM (Fully Buffered – DIMM) ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานที่ต้องการความถูกต้องของข้อมูลสูง เพื่อเสถียรภาพของเครื่อง
Graphic Card
กราฟิกการ์ดถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดในเครื่องเวิร์กสเตชันเลยก็ว่าได้ เพราะงานของเครื่องเวิร์กสเตชันส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ด้านกราฟิกเป็นหลัก ดังนั้น กราฟิกการ์ดที่ใช้จึงเป็นส่วนที่ต้องให้ความพิถีพิถันในการเลือกด้วย สำหรับคอเกมเมอร์อาจคิดว่าแค่ใส่การ์ดแรงๆ อย่าง GeForce 9800GX2 หรือ Radeon HD3870 X2 แล้วจะถือว่าสุดยอดนะครับ ถ้าเป็นเรื่องเล่นเกมล่ะก็คงไม่เถียงอยู่แล้ว แต่สำหรับการทำงานกราฟิกแล้วจะต้องเป็นกราฟิกการ์ดอีกตระกูลหนึ่งอย่าง nVidia Quadro และ ATI FireGL ซึ่งผมจะอธิบายในภายหลังว่ามันแตกต่างไปจากการ์ดอย่างพวก GeForce หรือ Radeon อย่างไร แต่ที่รู้ๆ ถ้าเอามาทำงานด้านกราฟิกเฉพาะทางแล้ว ต่อให้ใช้ GeForce 9800GX2 ที่ว่าแรงแล้วก็ยังสู้ Quadro ไม่ได้เลยละครับ!
Harddisk Drive
แม้ว่าเราจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยีดิสก์ที่เคยอยู่แค่บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์อย่าง RAID กันมาแล้ว แต่นั่นก็เพียงแค่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่า หรือแม้แต่ฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วรอบสูงๆ อย่าง WD Raptor 10,000 รอบต่อนาที ถึงจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้พีซีก็ตาม แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน เครื่องเวิร์กสเตชันบางรุ่นจึงได้ติดตั้งคอนโทรลเลอร์อย่าง SCSI หรือ SAS ที่มีความสามารถในการทำงานมากกว่า มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงกว่า และที่สำคัญคือฮาร์ดดิสก์ที่อยู่บน 2 ระบบนี้ยังมีความเร็วสูงสุดถึง 15,000 รอบต่อนาทีอีกด้วย ลองนึกดูนะครับว่าถ้าต้องการนำมาทำ RAID จะเร็วขนาดไหน
Mainboard/ Chipset
เมนบอร์ดและชิปเซตเป็นส่วนที่ผมขอยกมาพูดในลำดับเกือบสุดท้าย เพราะเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีระดับเซิร์ฟเวอร์แล้ว ทำให้เวิร์กสเตชันส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้เมนบอร์ดพิเศษตามไปด้วย เช่น การใช้ซีพียู Xeon ที่ต้องมีชิปเซ็ตเฉพาะรุ่นมารองรับ อย่างไรก็ตามเมนบอร์ดสำหรับเวิร์กสเตชันก็ยังคงแตกต่างไปจากเมนบอร์ดของพีซีทั้งในเรื่องการออกแบบให้มีความทนทานและมั่นใจในความเสถียรได้ รวมถึงยังต้องมีสล็อตสำหรับใส่การ์ดเพิ่มแบบแปลกๆ อย่าง PCI-X หรือ PCI 64-bits ซึ่งหาไม่ได้ในเมนบอร์ดพีซีทั่วไปอีกด้วย
Monitor
จอภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่ง แต่จะเรียกว่าเป็นส่วนประกอบของเวิร์กสเตชันซะทีเดียวก็คงไม่เชิง ค่อนข้างออกไปในแนวของออปชันเสริมมากกว่า เพราะด้วยความที่เครื่องเวิร์กสเตชันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักๆ หรือการใช้งานด้านกราฟิก ดังนั้น จอมอนิเตอร์ที่ใช้แสดงผลจึงต้องเป็นจอที่สามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียดค่อนข้างสูง โดยอาจจะเป็นจอ LCD ขนาด 20 นิ้วขึ้นไปที่สามารถแสดงผลที่ความละเอียดมากกว่า 1,680×1,050 พิกเซล นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้จอภาพแบบหลายจอเพื่อทำงานแบบมัลติมอนิเตอร์อีกด้วย ซึ่งพีซีทั่วไปอาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องนี้มากนัก
มัลติคอร์ & มัลติโพรเซสเซอร์
ในแง่ของประสิทธิภาพการประมวลผลต่างๆ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่แล้ว การใช้ซีพียูระดับ High-End อย่าง Core2 Quad ถือว่าได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว แต่ว่าเหตุใดซีพียูอย่าง Xeon หรือ Opteron จึงมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน
ความแตกต่างของซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์หรือเวิร์กสเตชันกับซีพียูทั่วไปนั้น ปัจจุบันอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากซีพียูยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานการประมวลผลตามสถาปัตยกรรม x86 อยู่ แต่สิ่งที่แตกต่างคงเป็นเรื่องของรายละเอียดทางด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น อย่างในเรื่องของระบบ I/O เรื่อง FSB ที่สูงขึ้นมากกว่าปกติ เรื่องสัญญาณนาฬิกาที่มากขึ้น หรือาจจะเป็นเรื่องของ L2 Cache ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แพลตฟอร์มของเวิร์กสเตชันบางรุ่นอาจจะมีการเพิ่ม L3 Cache ขึ้นมาเพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอีกด้วย
สถาปัตยกรรมของ Core2 รองรับซีพียูได้เพียงแค่ตัวเดียว
สถาปัตยกรรมของ Xeon รุ่นกลางและรุ่นใหญ่รองรับการใช้งานซีพียูพร้อมกับหลายตัว
สิ่งสำคัญที่ทำให้ซีพียูระดับนี้มีความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งก็คือ รองรับการทำงานแบบ Multi Processor ซึ่งต่างจากรูปแบบของ Multi Core อย่าง Dual หรือ Quad นะครับ การทำ Multi Processor หมายถึงซีพียูมีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้มากกว่า 1 ตัว โดยที่ซีพียูแต่ละตัวอาจจะเป็น Dual หรือ Quad Core ได้อีก ยกตัวอย่างซีพียู Xeon Dual Core ในตระกูล 5000 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 2-Ways หรือรองรับการทำงานร่วมกันของซีพียูได้ 2 ตัว เมื่อทำงานเต็มที่มันจะเท่ากับหน่วยประมวลผลถึง 4 ตัว แล้วลองนึกดูซิครับว่าหากเรานำซีพียูแบบ 4-Ways ที่ทำงานร่วมกันได้สูงสุด 4 ตัว และแต่ละตัวเป็นซีพียู Quad Core เมื่อทำงานจะมีหน่วยประมวลผลสูงถึง 16 Core มันจะมีประสิทธิภาพมากมายขนาดไหน!
นี่คือสาเหตุหลักที่เครื่องเวิร์กสเตชันระดับ High-End ส่วนใหญ่จะหยิบเอาซีพียู Intel Xeon หรือ AMD Opteron มาใช้ในแบบ Multi Processor โดยจุดประสงค์หลักก็เลยก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่ถูกจำกัดจากซีพียูของพีซีทั่วไปที่ไม่รองรับการทำ Multi Processor นั่นเอง
เปิดประตูสู่โลก OpenGL
ถ้าถามถึงกราฟฟิกการ์ดชั้นนำ หลายคนคงนึกถึง GeForce หรือไม่ก็ Radeon ใช่ไหมครับ แต่พอเอ่ยถึงชื่อ Quado และ FireGL น้อยคนนักที่จะรู้จัก ทั้งๆ ที่มันเป็นกราฟิกการ์ดชั้นนำในโลกของเวิร์กสเตชันเช่นเดียวกัน GeForce และ Radeon จัดได้ว่าเป็นกราฟิกการ์ดที่ได้รับความนิยมมากในท้องตลาด ด้วยความที่มันมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีในการแสดงผลที่ค่อนข้างสูง และสามารถเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือการ์ดเหล่านี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ นั่นหมายถึงการทำงานร่วมกับ DirectX ซึ่งเป็น API ที่เกมต่างๆ เกือบทั้งหมดเรียกใช้งาน ทำให้การ์ดเหล่านี้ถูกปรับปรุงมาเพื่อรองรับงานกราฟิก 3 มิติที่อยู่บน DirectX เป็นหลักเท่านั้น มันจึงสามารถเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
งาน CAD/CAM เรียกใช้ OpenGL ซึ่งต้องใช้กราฟิกการ์ดเฉพาะด้านจึงจะทำงานได้ดี
กราฟเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Quadro กับ GeForce เมื่อใช้งานกับโปรแกรม CAD/CAM
ในทางกลับกันยังมี API อีกรูปแบบหนึ่ง ที่อยู่ในฝั่งของเวิร์กสเตชันมานมนาน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า OpenGL และถือกำเนิดขึ้นมาก่อนหน้า DirectX ด้วยซ้ำ และเกมเก่าๆ สมัยก่อนบางเกมก็มีการเรียกใช้ API ตัวนี้ด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญของ OpenGL นั้นไม่ได้อยู่ที่เกมเป็นหลัก แต่เป็นโปรแกรมกราฟิกที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบที่เราเรียกว่าโปรแกรม CAD/CAM อย่าง AutoCAD, SolidWork หรือ 3D Studio MAX เหล่านี้ล้วนแต่เป็นแอพพลิเคชันที่เรียกใช้ API แบบ OpenGL ทั้งสิ้น และเป็นแอพพลิเคชันสำคัญในการทำงานด้านกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ด้วย นี่แหละครับครับคือความสำคัญของกราฟิกการ์ดระดับเวิร์กสเตชัน
กราฟิกการ์ดในตระกูล Quado หรือ FireGL นั้นเป็นกราฟิกการ์ดที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ OpenGL อย่างงานออกแบบกราฟิก 3 มิติในโปรแกรม CAD/CAM ต่างๆ ที่คุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อคุณได้ออกแบบชิ้นงานที่มีความซับซ้อนหรือมีโพลีกอนจำนวนมากๆ เรียกว่ายิ่งรายละเอียดของชิ้นงานมีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างของการ์ดสำหรับเล่นเกมและการ์ดสำหรับเวิร์กสเตชันมากขึ้นเท่านั้น
เวิร์กสเตชันเหมาะสำหรับใคร?
ในเมื่อเครื่องพีซีปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพสูงมากอยู่แล้ว การทำงานต่างๆ ที่จะต้องมีการใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล หรืองานด้านกราฟิกก็ตาม ผู้ใช้เองต่างหันไปใช้งานเครื่องที่เป็นพีซีกันมากขึ้นเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า เวิร์กสเตชันก็มีจุดเด่นของมันอยู่หลายๆ ส่วน ซึ่งถ้าคุณต้องการจะทำงานด้านกราฟิกหนักๆ ในแบบมืออาชีพแล้ว การไปซื้อการ์ด GeForce หรือ Radeon รุ่นดีที่สุดในร้านมาก็คงไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ อีกทั้งเรื่องของซีพียูที่รองรับการประมวลผลแบบ Multi Processor และการออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบทั้งหมด ทั้งชิปเซต เมนบอร์ด ระบบฮาร์ดดิสก์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเคส และเพาเวอร์ซัพพลายก็ได้รับการออกแบบมาให้มีคุณภาพที่สูงกว่า มีความทนทานมากกว่า ทั้งนี้เพื่อลดความผิดพลาดหรือลดโอกาสเสียหายของระบบ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปเสียหมด ผมคิดว่าหากเครื่องเสียและใช้งานไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกับงานที่ต้องรีบส่งลูกค้า แค่ราคาของเครื่องเวิร์กสเตชันที่ต่อให้แพงเป็น 2 เท่า มันก็ยังคุ้มค่าที่จะจ่ายครับ!
ตอนนี้จึงพอสรุปได้ว่ากลุ่มคนที่ต้องการเครื่องเวิร์กสเตชันจริงๆ นั้นคงจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ต้องการทำงานกราฟิกประเภท CAD/CAM และ 3D เป็นหลัก เช่น สถาปนิก วิศวกร หรือโรงงานผลิดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีการออกแบบสินค้าที่มีความซับซ้อนมากๆ ถือว่าเป็นการใช้งานเฉพาะกลุ่มเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมีผู้ที่ใช้ในงานตัดต่อระดับมืออาชีพที่ต้องการอุปกรณ์เฉพาะด้านอีกด้วย
เครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนม
ในเมื่อความต้องการเวิร์กสเตชันยังคงมีอยู่ ผู้ที่ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทเวิร์กสเตชันจึงยังต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย โดยปัจจุบันก็ยังบริษัทที่ผลิตเวิร์กสเตชันออกมาอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ เพียงแค่อาจจะเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มที่มีการใช้งานเท่านั้น เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูงมาก สำหรับในเมืองไทยเองมีเครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนมที่ทำตลาดอยู่ไม่กี่ราย ที่เห็นหลักๆ ก็น่าจะเป็น HP ที่ได้มีการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ
ตัวเวิร์กสเตชันจาก HP นั้นจะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ โดยใช้หน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยกราฟิกการ์ดที่รองรับกับ OpenGL โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถทำงานประเภท CAD/CAM ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในด้านของราคาหลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องเวิร์กสเตชันนั้นมีราคาที่สูงอยู่แล้ว และยิ่งเป็นแบรนด์เนมก็น่าจะยิ่งมีราคาสูงมากขึ้นไปอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวิร์กสเตชันแรนด์เนมกลับไม่ได้มีราคาแพงมากอย่างที่คิด ในส่วนของ HP เวิร์กสเตชันเอง ก็มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นบาทเท่านั้น ถ้าเทียบแล้วก็คงพอๆ กับเครื่องพีซีระดับกลางๆ ด้วยซ้ำไป เครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนมที่มีขายอยู่นั้นจะมีตั้งแต่รุ่นที่ใช้ซีพียูธรรมดาอย่าง Intel Core2 Duo หรือแม้แต่ Pentium Dual-Core
ซึ่งถือว่าเป็นซีพียูระดับล่างก็ยังมีด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ราคาของเครื่องเวิร์กสเตชันนั้นไม่แพงมากจนเกินไป แต่จะให้ไปเน้นในส่วนของกราฟิกการ์ดแทน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานด้านกราฟิกมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าการเน้นที่ซีพียูเพียงอย่างเดียว ส่วนใครที่ต้องการประสิทธิภาพของซีพียูที่สูงมากจริงๆ ก็ต้องเลือกรุ่นนี้เลยครับ Xeon Quad-Core ทั้งแบบที่มาเป็น Single-Processor และ Dual-Processor แต่นั่นก็หมายถึงราคาที่แพงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกันนะครับ!
โมบายเวิร์กสเตชัน
นอกจากเครื่องเวิร์กสเตชันจะมาในรูปแบบของเครื่องเดสก์ทอปแล้ว ยังมีเครื่องเวิร์กสเตชันที่อยู่ในรูปแบบของแลปทอปหรือโน้ตบุ๊กด้วยเช่นเดียวกัน โดยจุดเด่นของตัวโน้ตบุ๊กเวิร์กสเตชันนี้ ไม่ใช่ว่าเลิกใช้ซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์เหมือนในเครื่องเดสก์ทอปนะครับ ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนกับโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Centrino Processor Technology แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือการ์ดจอแบบแยก ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดที่รองรับการทำงานของ OpenGL เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Quadro หรือ FireGL ที่เป็นชิปกราฟิกในตระกูล Mobile
จุดประสงค์ของการใช้งานเวิร์กสเตชันในรูปแบบของโน้ตบุ๊กนั้นอาจจะไม่ได้เน้นประสิทธิภาพในการทำงานหนักๆ มากนัก แต่อาจจะทำให้โน้ตบุ๊กนั้นสามารถเปิดไฟล์กราฟิก CAD/CAM ขึ้นมาเพื่อดู ตรวจสอบ แก้ไข หรือนำเสนอนอกสถานที่ ซึ่งไม่สามารถแบกเครื่องเดสก์ทอปเวิร์กสเตชันไปด้วยได้ แต่เชื่อว่ารุ่นใหม่ๆ ที่กำลังออกมาหลังจากนี้ น่าจะใช้ชิปประมวลผลทั้งซีพียูและกราฟิกประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้สามารถทำงานได้ไม่แพ้เครื่องตั้งโต๊ะเลยก็เป็นได้
ประกอบเครื่องเวิร์กสเตชัน
มาถึงตรงนี้สำหรับคนที่สนใจต้องการมีเครื่อง เวิร์กสเตชัน เพื่อใช้เน้นสำหรับงานกราฟิกแล้ว และเตรียมงบประมาณไว้เรียบร้อย เพียงแค่ติดตรงที่ไม่อยากซื้อเครื่องแบรนด์เนมด้วยเหตุผลทั้งเรื่องของราคาที่อาจจะค่อนข้างสูง หรือเรื่องของสเปกที่อาจจะไม่ถูกใจซะทีเดียว รวมถึงใครที่สนใจอยากได้แปลงโฉมเครื่องพีซีตัวเก่งของคุณให้กลายเป็น เวิร์กสเตชัน ในพริบตาก็สามารถทำได้เช่นกัน ลองอ่านคำแนะนำของเราดูกันก่อนนะครับ
สิ่งที่สำคัญสิ่งแรกสำหรับคนที่อยากจะมี เวิร์กสเตชัน ไว้ใช้ก็คือเรื่องของความต้องการในการทำงาน คุณจะต้องทราบก่อนว่างานที่คุณต้องทำนั้นมีความซับซ้อนมากน้อยขนาดไหน เพื่อที่จะได้เลือกเครื่อง เวิร์กสเตชัน ให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานได้อย่างถูกต้อง จากนั้นจึงค่อยมาดูทีละส่วนประกอบกัน
CPU
เรื่องของซีพียูนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบโดยรวม เพราะมันเป็นศูนย์กลางที่ทำหน้าที่ประมวลผลสิ่งต่างๆ แน่นอนว่าซีพียูสำหรับ High-End PC อย่าง Intel Core2 Duo, Core2 Quad หรือ Core2 Extreme ต่างก็มีประสิทธิภาพที่ถือว่ายอดเยี่ยมด้วยกันทั้งสิ้น งานนี้ถ้าพิจารณาจากงานที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนักอย่างการทำกราฟิก CAD/CAM ทั่วไป ซีพียูระดับนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่สำคัญคือมันมีราคาถูกและหาอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วยอย่างเมนบอร์ดและหน่วยความจำได้ง่าย
ส่วนใครที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงๆ ประมาณว่า Quad Core ก็เอาไม่อยู่แล้ว ก็คงต้องหันหน้าไปพึ่งซีพียูอย่าง Intel Xeon หรือ AMD Opteron ซึ่งรองรับการทำ Multi Processor ได้ แต่ซีพียูในตระกูลเหล่านี้มีราคาที่แพงมาก และอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยอย่างเมนบอร์ดก็มีราคาแพง และหาซื้อได้อยาก อาจจะต้องติดต่อบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์ Server/Workstation โดยเฉพาะ จึงจะมีนะครับ
Mainboard
จะเห็นว่าจากหัวข้อที่แล้ว CPU แทบจะเป็นตัวกำหนดเมนบอร์ดที่คุณจะต้องเลือกใช้กันเลยทีเดียว เพราะถ้าคุณเลือกใช้ซีพียูที่เป็น Core2 รุ่นต่างๆ เมนบอร์ดที่ทำงานร่วมด้วยจะเป็นเมนบอร์ดที่มีอินเทอร์เฟซแบบ LGA-775 และเป็นชิปเซตที่เราค่อนข้างคุ้นเคยกันดีอยู่ในตลาดพีซีอย่าง X48, X38 หรือ P35 ส่วนถ้าเป็น AMD Phenom ก็จะเป็นเมนบอร์ดที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบ AM2+ แทน
แต่ในกรณีที่คุณเลือกใช้ซีพียูระดับ Server/Workstation แล้ว เมนบอร์ดและชิปเซตต่างๆ ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย อย่าง Intel Xeon ที่จะต้องใช้เมนบอร์ดที่มีอินเทอร์เฟซแบบ LGA-771 พร้อมกับชิปเซตระดับ Server อย่างชิปเซตในตระกูล Intel 3000 หรือ 5000 ซึ่งก็จะมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปอีกรูปแบบหนึ่ง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานร่วมกันก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วยไป อย่างเช่นหน่วยความจำหรือแรม เป็นต้น
หน่วยความจำหรือแรม
เป็นส่วนต่อเนื่องมาจากเรื่องของซีพียูและเมนบอร์ดที่เราได้เลือกไว้ คราวนี้มันจะส่งผลมาถึงหน่วยความจำที่คุณจะต้องใช้ด้วย เนื่องจากแพลตฟอร์มของ Core2 ที่เป็นเหมือนกับเครื่องพีซีนั้นจะทำงานร่วมกับหน่วยความจำประเภท DDR2 และ DDR3 ซึ่งเป็นแรมแบบธรรมดา แต่ข้อดีคือมีความเร็วของระบบบัสในการทำงานที่สูง ในขณะที่เมนบอร์ดตระกูล Server/Workstation ในกรณีที่คุณเลือกใช้ซีพียูแบบ Intel Xeon หรือ AMD Opteron ส่วนใหญ่จะต้องทำงานร่วมกับแรมแบบ DDR2 ที่เป็นรุ่นพิเศษอย่างเช่น มี ECC หรือ Registered ที่เป็นระบบตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด (ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยนิดอยู่แล้ว) เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรมากขึ้น หรือบางรุ่นอาจจะต้องการให้ทำงานร่วมกับแรมแบบ FB-DIMM ซึ่งจะมีการติด Buffer ไว้บนแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 2-3 เท่าด้วย ในส่วนนี้ต้องดูให้ดีๆ นะครับ เพราะเมนบอร์ดระดับ เวิร์กสเตชัน เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การรองรับ แต่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับหน่วยความจำที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้เลย และหน่วยความจำพิเศษเหล่านี้ก็มีราคาที่แพงมาก และมีข้อกำหนดในการเลือกซื้อที่ค่อนข้างเยอะด้วยจึงต้องศึกษารายละเอียดให้ดีๆ ก่อนที่จะทำการซื้อนะครับ
ข้อสังเกตุ: จะเห็นว่าอุปกรณ์ทั้ง 3 อย่างคือซีพียู เมนบอร์ด และแรมนั้นมีความสัมพันธ์กันมาก ดังนั้น การเลือกซื้อก็จะต้องดูควบคู่กันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ระดับ Server/Workstation ที่ไม่ได้มีขายอย่างแพร่หลายเหมือนอย่างอุปกรณ์ของพีซีด้วยแล้ว เรียกว่าถ้าคุณตัดสินใจว่าจะต้องใช้อุปกรณ์ระดับนั้นจริงๆ ก็อาจจะต้องซื้อมาพร้อมกับยกเซตทั้ง 3 อย่างเลยก็ว่าได้ เหตุผลแรกเพราะคุณคงหาร้านที่ขายอุปกรณ์เหล่านี้ได้ไม่ง่ายนัก และอย่างที่สองคือจะได้ทดสอบความเข้ากันได้ของระบบทั้งหมดว่าสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีและมีเสถียรภาพเพียงพอกับงานที่คุณต้องการ
Graphic Card
มาถึงส่วนที่มีความสำคัญอีกส่วนหนึ่งนั่นคือระบบแสดงผลหรือกราฟิกการ์ด งานนี้การเลือกนั้นจะต้องดูว่ารูปแบบการทำงานของคุณเน้นการทำงานอะไร ในด้านใดบ้าง เพื่อที่จะจัดหาอุปกรณ์มารองรับได้ตรงตามความต้องการ ถ้าหากคุณต้องการนำเวิร์กสเตชัน ไปเน้นงานประมวลผลหนักๆ ไม่เน้นการแสดงผลกราฟิกมากนัก อาจจะเป็นเพียงแค่ข้อมูลทางสถิติต่างๆ และไม่ได้จำเป็นต้องใช้จอภาพมากกว่าหนึ่งจอแล้ว เรื่องของกราฟิกการ์ดแทบจะไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยเพราะคุณสามารถใช้กราฟิกการ์ดแบบออนบอร์ด หรือถ้าไม่อยากให้มันแบ่งหน่วยความจำของระบบไปใช้ก็อาจจะจัดหากราฟิกการ์ดระดับล่างที่มีราคาไม่แพงมากอย่างพวก GeForce หรือ Radeon มาใช้งานแทนก็ได้เช่นกัน
ตารางสเปกของ Quadro NVS แต่ละรุ่น
| ATI FireMV™ Multi-View Graphics Accelerators | |||||
| Product Name | FireMV™ 2200 PCI Express | FireMV™ 2200 PCI | FireMV™ 2250 PCI Express | FireMV™ 2400 PCI Express | FireMV™ 2400 PCI |
| Bus | PCI-Express x16 | PCI | PCI-Express x16/x1 | PCI-Express x1 | PCI |
| Memory Config | 128MB DDR | 64MB DDR | 256MB DDR | 256MB DDR | 128MB DDR |
| Display Support | Dual DVI or VGA | Dual DVI or VGA | Dual DVI or VGA | Quad DVI or VGA | Quad DVI or VGA |
| Connector | DMS-59 | DMS-59 | DMS-59 | VHDCI | VHDCI |
| Form-Factor | Low Profile/Half Length | Low Profile/Ultra-Half Length | Low Profile/Half Length | Low Profile/Half Length | Low Profile/Half Length |
| Maximum Analog Resolution | 2048×1536 | 2048×1536 | 2048×1536 | 2048×1536 | 2048×1536 |
| Maximum Digital Resolution | 1600×1200 | 1600×1200 | 1920×1200 | 1600×1200 | 1600×1200 |
ตารางสเปกของ FireMV แต่ละรุ่น
แต่ถ้าหากความต้องการของคุณเพิ่มขึ้นจากการใช้จอภาพแบบจอเดียวมาเป็นการเน้นการแสดงผลแบบหลายจอ อย่างเช่นการทำงานเกี่ยวสถิติ ข้อมูลทางการเงิน ตลาดหุ้น หรือทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันทางสถิติขององค์กรบางตัวที่ต้องการการแสดงผลแบบหลายจอแล้วล่ะก็ กราฟิกออนบอร์ดอาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ได้ คุณจำเป็นจะต้องหากราฟิกการ์ดมาเพิ่มเติมอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าอาจจะใช้ GeForce หรือ Radeon รุ่นล่างๆ ที่มีความสามารถในการต่อออก 2 จอได้มาใช้เพื่อความประหยัด หรือถ้าต้องการเน้นคุณภาพจริงๆ ก็มีกราฟิกการ์ดแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการแสดงผล 2 มิติ และรองรับการแสดงผลหลายจอโดยเฉพาะอย่างเช่นกราฟิกการ์ดในตระกูล nVidia Quadro NVS, ATI FireMV หรือ Matrox Parhelia ก็จะสามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
ตารางสเปกของ Quadro FX แต่ละรุ่น
สุดท้ายคือความต้องการด้านกราฟิก 3 มิติ ซึ่งในที่นี้หมายถึงการเอามาใช้ทำงาน โดยเฉพาะประเภท CAD/CAM และการออกแบบโมเดล 3 มิติ ต่างๆ นะครับ ไม่ได้เอามาเน้นเล่นเกม ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นว่างานเหล่านี้จะเรียกใช้ความสามารถ OpenGL ของกราฟิกการ์ดมากกว่า ดังนั้นกราฟิกการ์ดที่เหมาะสำหรับการทำงานจริงๆ จึงเป็นกราฟิกการ์ดในตระกูล nVidia Quadro FX และ ATI FireGL มากกว่าครับ
ตารางเปรียบเทียบราคาการ์ด Quadro และ FireGl
|
Model
|
Graphic Chip
|
Interface
|
Memory Size
|
Memory Bandwidth
|
Price
|
| Winfast VGA Quadro FX1500 | Quadro FX1500 | PCI-Ex | 256MB GDDR3 | 256-bits | 33,750 บาท |
| Winfast VGA Quadro FX1700 | Quadro FX1700 | PCI-Ex | 512MB GDDR2 | 128-bits | 34,775 บาท |
| Winfast VGA Quadro FX3450 | Quadro FX3450 | PCI-Ex | 256MB GDDR3 | 256-bits | 53,393 บาท |
| Winfast VGA Quadro FX550 | Quadro FX550 | PCI-Ex | 128MB GDDR3 | 128-bits | 13,054 บาท |
| Winfast VGA Quadro FX560 | Quadro FX560 | PCI-Ex | 128MB GDDR3 | 128-bits | 15,301 บาท |
| Winfast VGA Quadro FX570 | Quadro FX570 | PCI-Ex | 256MB GDDR3 | 128-bits | 15,301 บาท |
|
Model
|
Graphic Chip
|
Interface
|
Memory Size
|
Memory Bandwidth
|
Price
|
| ELSA FireGL T2-128 | FireGL 9600 | PCI-Ex | 128MB DDR | N/A | 13,800 บาท |
| ELSA FireGL X2-256t | FireGL 9800XT | PCI-Ex | 256MB DDR | N/A | 39,500 บาท |
| ELSA FireGL V3100 | FireGL V3100 | PCI-Ex | 128MB | 128-bits | 14,200 บาท |
| ELSA FireGL V3200 | FireGL V3100 | PCI-Ex | 128MB | 128-bits | 22,600 บาท |
| ELSA FireGL V7100 | FireGL V7100 | PCI-Ex | 256MB DDR3 | 256-bits | 61,000 บาท |
Harddisk
อุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ และเวิร์กสเตชันก็มีทางเลือกให้คุณได้มากกว่าเครื่องพีซีที่มีแต่อินเทอร์เฟซแบบ IDE และ SATA เท่านั้น โดยในเมนบอร์ดสำหรับเวิร์กสเตชันบางรุ่นจะมีคอนโทรลเลอร์ที่เรียกว่า SCSI หรือรุ่นใหม่จะเรียกว่า SAS ติดมาให้ด้วย (บางรุ่นก็จะต้องซื้อมาติดตั้งเพิ่มเอง) คอนโทรลเลอร์แบบ SCSI และ SAS นี้จะพบเห็นได้ในเครื่องระดับเซิร์ฟเวอร์เสียเป็นส่วนใหญ่
จุดเด่นของฮาร์ดดิสก์แบบ SAS เมื่อเทียบกับ SATA นั้นแม้ว่าจะมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 3.0Gb/s เหมือนกัน แต่ด้วยรูปแบบเทคโนโลยีแล้วทำให้มันมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่สูงกกว่า นอกจากนี้ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานร่วมกับคอนโทรลเลอร์ SAS ก็ยังมีความเร็วรอบที่สูงกว่า
โดยมีทั้งรุ่นที่มีความเร็วในการหมุน 10,000 – 15,000 รอบต่อนาที ทำให้มีความเร็วในการทำงานที่สูงกว่าฮาร์ดดิสก์บนพีซีมาก แต่ด้วยราคาของทั้งตัวฮาร์ดดิสก์และคอนโทรลเลอร์ที่ค่อนข้างสูง งานนี้คุณก็อาจจะต้องชั่งใจว่าจะยอมลงทุนกับ SAS เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หรืออาจจะใช้ SATA ที่มีราคาถูกกว่าแล้วใช้ RAID เพื่อเสริมประสิทธิภาพแทนก็ได้เหมือนกัน
Power Supply
ส่วนประกอบหลักๆ ก็ได้กล่าวกันไปหมดแล้ว คราวนี้มาถึงส่วนประกอบที่อยู่เบื้องหลังซึ่งมองข้ามความสำคัญของมันไม่ได้เหมือนกันนั่นคือ Power Supply ที่เป็นระบบที่คอยจ่ายไฟเพื่อล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือก Power Supply สำหรับเวิร์กสเตชันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักมากกว่าพีซี เนื่องจากอุปกรณ์ของ เวิร์กสเตชันแต่ละอย่างนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และกินไฟค่อนข้างเยอะ ระบบจ่ายไฟที่สามารถไว้ใจได้จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการทำงานของเวิร์กสเตชันด้วย ส่วนเรื่องที่จะบอกว่าควรจะใช้ Power Supply กี่วัตต์นั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะฟันธงได้ มันขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่คุณใช้งานว่ามีความต้องการไฟฟ้ามากน้อยขนาดไหน แต่ที่สำคัญคือควรจะเลือก Power Supply ที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องไว้ก่อนครับ
นอกจากประเด็นหลักๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ก็อาจจะมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีก เช่น การ์ดตัดต่อวิดีโอ หรือซาวนด์การ์ดคุณภาพสูง ที่อาจจะใช้ในการตัดต่อเสียง ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องแล้วแต่ลักษณะการใช้งานของคุณว่าต้องการนำไปใช้งานด้านใดบ้างครับ
กรณีศึกษาการจัดสเปกเครื่องเวิร์กสเตชัน
หลังจากที่เราได้แนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องเวิร์กสเตชันในแต่ละส่วนไปเป็นที่เรียบร้อยร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดูกรณีศึกษาเพื่อจัดสเปกและประกอบเครื่องเวิร์กสเตชันมาใช้งานกันดูบ้างเพื่อเป็นแนวทางโดยคร่าวๆ นะครับ
ในกรณีนี้ผมขอสมมุติว่าผมต้องการจะประกอบเครื่องเวิร์กสเตชันในแบบของตัวเองขึ้นมา โดยวางงบประมาณไว้ที่ 4-5 หมื่นบาท เป็นเครื่องเวิร์กสเตชันระดับกลางๆ ซึ่งความต้องการในการใช้งานก็คือเอามาทำกราฟิก 3 มิติในโปรแกรม 3D Studio MAX หรือโปรแกรม CAD/CAM ประเภทอื่นๆ อีกพอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องเวิร์กสเตชันที่แรงมากมายนัก เสปกที่ได้คร่าวๆ ก็จะออกมาประมาณนี้
CPU : Intel Core2 Duo E7200
Mainboard : Gigabyte GA-EP35-DS3R
RAM : Kingston DDR2-800 4GB (2GBx2)
Graphic Card : Winfast VGA Quadro FX570
Harddisk : WD Caviar RE2 WD5000ABYS 500GB SATA-II 16MB NCQ
Optical Drive : Asus DVD-RW 20X
Sound : On-Board
Monitor : LG LCD 22” Wide
Power Supply : Enermax 500W
จะเห็นว่าผมได้เลือกใช้ซีพียูเพียงแค่ Core2 Duo เท่านั้น เนื่องจากราคาที่คุ้มค่ากว่า และเรื่องของการหาซื้ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วยสามารถหาได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีที่เสียแล้วต้องหาอะไหล่มาเปลี่ยนจะสามารถทำได้อย่างสะดวกกว่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือพยายามจัดสเปกให้ใกล้เคียงกับ High-End PC ก็ว่าได้ แต่ส่วนของกราฟิกการ์ดได้เปลี่ยนไปใช้ Quadro FX570 ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับทำงานบนเครื่องเวิร์กสเตชัน ในระดับล่างของตระกูล Quadro ซึ่งผมถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการทำงานและงบประมาณที่จัดเตรียมไว้ และนี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งของเครื่อง เวิร์กสเตชัน แบบ DIY ที่เราจัดสเปกกันขึ้นมาเองครับ
D.I.Y. or Brandname เลือกแบบไหนดี?
หลังจากที่เราได้แนะนำถึงวิธีการในการเลือกซื้ออุปกรณ์และสร้างเครื่องเวิร์กสเตชัน ในแบบของตัวเองกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หากต้องการเครื่องเวิร์กสเตชันมาใช้งานจริงๆ แล้ว ควรจะเลือกแบบไหนระหว่างที่เราต้องมาจัดสเปกและประกอบเครื่องขึ้นมาเอง หรือจะไปซื้อเครื่องแบรนด์เนมมาใช้ทีเดียวจบ
ตามความเห็นของผมหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ มาพอสมควรแล้ว ถ้าคุณต้องการเวิร์กสเตชันระดับที่ใช้ซีพียู Xeon หรือ Opteron ทางเลือกที่เหมาะสมมากที่สุดคงต้องเป็นเครื่องแบรนด์เนมล่ะครับ เพราะด้วยความยากลำบากในการหาซื้ออุปกรณ์มาใช้งานและรายละเอียดปลีกย่อยที่มากจนน่าปวดหัวแล้ว การซื้อเครื่องแบรนด์เนมไปเลยคุ้มค่ากว่าครับ เพราะนอกจากจะเป็นการรับรองได้ว่าซื้อมาแล้วใช้งานได้เลยแล้วยังมีเรื่องของบริการหลังการขายด้วยแต่สำหรับคนที่ต้องการ เวิร์กสเตชัน ที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ระดับเทพอะไรมากมายแล้วก็อาจจะมีทางเลือกมากหน่อย อย่างน้อยกราฟิกการ์ดสำหรับเวิร์กสเตชันก็ยังพอหาซื้อได้บ้างอยู่
แต่ถึงอย่างไรทางเลือกแรกก็น่าลองดูสเปกของเครื่องแบรนด์เนมที่มีขายอยู่ก่อนเพื่อเปรียบเทียบราคาก็ดีครับ ยกเว้นว่าคุณต้องการสเปกที่แตกต่างไปหรือต้องการแปลงพีซีที่ใช้อยู่ให้กลายเป็นเวิร์กสเตชัน อันนี้ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
บทสรุป
ถ้ามองในแง่ของคนที่ทำงานด้านกราฟิกแล้ว ยังไงเวิร์กสเตชันก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างแน่นอน เพียงแต่ปัจจุบันพีซีที่เราใช้งานกันอยู่มีความสามารถในการทำงานที่สูงจนบางครั้งก็สามารถนำมาใช้ทดแทนเวิร์กสเตชัน ได้เหมือนกัน ยกเว้นในงานระดับมืออาชีพที่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและออกแบบมาเพื่องานนั้นๆ หวังว่าบทความตอนนี้จะทำให้คุณเห็นความสำคัญของเวิร์กสเตชันมากขึ้น และนำไปใช้งานให้ถูกตามสิ่งที่มันได้รับการออกแบบมา แล้วคุณจะรู้ว่ามันทำให้งานของคุณง่ายขึ้นเยอะทีเดียว
#1 By Bear (58.8.99.216) on 2009-10-25 05:22