รู้ลึกรู้จริง Workstation vs PC ประกอบ

“ลองมองไปในออฟฟิศหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะออฟฟิศที่ทำงานด้านกราฟิก คุณอาจจะพบเห็นเครื่องเดสก์ทอปมากมายที่มีคนกำลังใช้งานโปรแกรมกราฟิกอยู่ และคุณอาจคิดว่านั่นคือเครื่องพีซีที่ใช้งานกันตามบ้านทั่วไป แต่ไม่ใช่ทั้งหมดแน่ครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเคยได้ยินคำว่า Workstation มาบ้างไหม และสามารถบอกความแตกต่างระหว่างพีซีธรรมดากับเครื่อง Workstation ได้มากน้อยเพียงใด”

เวิร์กสเตชันคืออะไร?
เวิร์กสเตชัน (Workstation) ถ้าแปลแบบห้วนๆ ก็จะหมายถึง “สถานีงาน” แต่เป็นสถานีงานที่ประกอบกันขึ้นมาด้วยระบบคอมพิวเตอร์นั่นเอง อันที่จริงแล้วเครื่องเวิร์กสเตชันก็ถือเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งในสมัยก่อนถือว่ามีความโดดเด่นมาก เพราะคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจะถุกใช้งานในด้านธุรกิจ หรือในบริษัทและองค์กร โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในองค์กรก็จะมีลักษณะเป็นเทอร์มินัล หรือไคลเอ็นต์ ซึ่งไม่ได้มีความสามารถในการประมวลผลทั้งหมดได้เหมือนกับพีซีปัจจุบัน หรือมีประสิทธิภาพต่ำ ทุกสิ่งถูกประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก เพราะงานส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นการประมวลผลอะไรมากอยู่แล้ว

เวิร์กสเตชันได้เข้ามามีบทบาทในฐานะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการทำงานจริงๆ ตามชื่อของมัน งานที่ เวิร์กสเตชันทำก็จะเป็นงานที่ต้องใช้การประมวลผลสูงๆ เช่น งานด้านกราฟิก งานตัดต่อทั้งภาพและเสียง งานวิเคราะห์ข้อมูลบางอย่างที่มีความซับซ้อนและต้องใช้พลังในการประมวลผลที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเครื่องไคลเอ็นต์ทั่วไปทำไม่ได้ และพีซีในสมัยนั้นก็มีประสิทธิภาพด้อยเกินกว่าจะสามารถนำมาใช้งานเหล่านี้ได้

ปัจจุบัน เครื่องพีซีขนาดเล็กๆ ที่เราใช้งานกันตามบ้านมีประสิทธิภาพสูงที่เรียกได้ว่าเทียบเท่าหรืออาจจะสูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมสมัยก่อนด้วยซ้ำ นั่นเป็นสาเหตุที่ความต้องการของเวิร์กสเตชันถูกเติมเต็มด้วยพีซีที่มีราคาที่ถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ดังนั้น เครื่องพีซีที่เราใช้งานกันอยู่ตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเวิร์กสเตชันขนาดย่อมๆ ก็ว่าได้…คำจำกัดความของเวิร์กสเตชันในยุคที่หน่วยประมวผลทรงประสิทธิภาพสูงนี้ น่าจะเหมาะกับเครื่องพีซีที่มีการออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะด้านได้ดีเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน!

พีซี Vs. เวิร์กสเตชัน
การแยกพีซีประสิทธิภาพสูงกับเครื่องเวิร์กสเตชันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก โดยเฉพาะในตลาดปัจจุบันที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 ประเภทมีการซ้อนทับกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังมีความแตกต่างกันในหลายๆ ส่วนที่พอจะจำแนกแยกแยะได้ โดยเฉพาะเรื่องของต้นกำเนิดและจุดประสงค์ในการใช้งาน เช่น หากเรานำเอาเครื่องพีซีทั่วไปมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ละก็ ถ้ามันสามารถให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ และมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ได้ มันก็คือ เซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งได้เหมือนกัน!

ถ้ามองเรื่องของเทคโนโลยีให้ดีๆ ก็จะพอเห็นได้ว่า High-End PC ที่เราใช้งานจะอยู่ในระดับ Entry-Level หรือ Mid-Level ของเครื่องเวิร์กสเตชันเท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีของเวิร์กสเตชัน ได้ดึงเอาความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์เข้ามาผสมรวมด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการ “ทำงาน” ที่มากขึ้น เรามาดูกันไปทีละส่วนเมื่อเทียบระหว่าง High-End PC ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปกับเครื่องเวิร์กสเตชัน กันดีกว่าครับ น่าจะทำให้เห็นถึงความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น

ตารางเปรียบเทียบซีพียูเวิร์กสเตชันกับซีพียูเดสก์ทอปของอินเทล

Processor Model Processor NumberΔ Cache Clock Speed Front Side Bus System Type Number of Core Interface
Xeon L5410 12MB 2.33 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon L5420 12MB 2.50 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon X5482 12MB 3.20 GHz 1600 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon X5472 12MB 3.00 GHz 1600 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon X5460 12MB 3.16 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon X5450 12MB 3.00 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon L5410 12MB 2.33 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5472 12MB 3.00 GHz 1600 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5462 12MB 2.80 GHz 1600 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5450 12MB 3.00 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5440 12MB 2.83 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5430 12MB 2.66 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5420 12MB 2.50 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5410 12MB 2.33 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon E5405 12MB 2.00 GHz 1333 MHz Dual Processor 4 LGA-771
Xeon X5272 6MB 3.40 GHz 1600 MHz Dual Processor 2 LGA-771
Xeon X5260 6MB 3.33 GHz 1333 MHz Dual Processor 2 LGA-771
Xeon L5240 6MB 3.00 GHz 1333 MHz Dual Processor 2 LGA-771
Xeon E5205 6MB 1.86 GHz 1066 MHz Dual Processor 2 LGA-771
Xeon X3360 12 MB 2.83 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-771
Xeon X3350 12 MB 2.66 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-771
Xeon X3320 6 MB 2.50 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-771
Xeon E3110 6 MB 3.00 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-771
Core2 Extreme QX9775 12MB 3.20 GHz 1600 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Extreme QX9770 12MB 3.20 GHz 1600 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Extreme QX9650 12MB 3 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Extreme X9000 6 MB 2.80 GHz 800 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Quad Q9550 12MB 2.83 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Quad Q9450 12MB 2.66 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Quad Q9300 6MB 2.50 GHz 1333 MHz Single Processor 4 LGA-775
Core2 Duo E8500 6 MB 3.16 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Duo E8400 6 MB 3 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Duo E8300 6 MB 2.83 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Duo E8200 6 MB 2.66 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Duo E8190 6 MB 2.66 GHz 1333 MHz Single Processor 2 LGA-775
Core2 Duo E7200 3 MB 2.53 GHz 1066 MHz Single Processor 2 LGA-775

CPU
เทคโนโลยีของซีพียูในเครื่อง High-End PC ปัจจุบันคงหนีไม่พ้นซีพียูแรงๆ อย่าง Intel Core2 Quad, Core2 Extreme หรือ AMD Phenom แต่สำหรับแพลตฟอร์มของเวิร์กสเตชัน แล้ว มันได้ดึงเอาความสามารถของซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์จำพวก Intel Xeon และ AMD Opteron มาใช้ ซึ่งด้วยประสิทธิภาพของซีพียูระดับสูงเหล่านี้จะทำให้ เวิร์กสเตชันมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

RAM
องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ก็คือ “แรม” เพราะในกลุ่มของพีซีที่เราใช้กันคงจะเน้นกันเรื่องของความเร็วอย่าง DDR2-667, 800, 1066 หรืออาจจะมากกว่านั้น รวมถึงหน่วยความจำชนิดใหม่อย่าง DDR3 ที่มีความเร็วในการทำงานที่สูงขึ้นด้วย แต่สำหรับเวิร์กสเตชันแล้ว แค่นี้ยังไม่พอครับ การทำงานที่ต้องการความแม่นยำและลดโอกาสผิดพลาดพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหน่วยความจำที่ใช้บนเครื่องเวิร์กสเตชันบางรุ่นจำเป็นใช้หน่วยความจำแบบ ECC, Registered หรือเป็นหน่วยความจำชนิด FB-DIMM (Fully Buffered – DIMM) ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานที่ต้องการความถูกต้องของข้อมูลสูง เพื่อเสถียรภาพของเครื่อง

Graphic Card
กราฟิกการ์ดถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดในเครื่องเวิร์กสเตชันเลยก็ว่าได้ เพราะงานของเครื่องเวิร์กสเตชันส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ด้านกราฟิกเป็นหลัก ดังนั้น กราฟิกการ์ดที่ใช้จึงเป็นส่วนที่ต้องให้ความพิถีพิถันในการเลือกด้วย สำหรับคอเกมเมอร์อาจคิดว่าแค่ใส่การ์ดแรงๆ อย่าง GeForce 9800GX2 หรือ Radeon HD3870 X2 แล้วจะถือว่าสุดยอดนะครับ ถ้าเป็นเรื่องเล่นเกมล่ะก็คงไม่เถียงอยู่แล้ว แต่สำหรับการทำงานกราฟิกแล้วจะต้องเป็นกราฟิกการ์ดอีกตระกูลหนึ่งอย่าง nVidia Quadro และ ATI FireGL ซึ่งผมจะอธิบายในภายหลังว่ามันแตกต่างไปจากการ์ดอย่างพวก GeForce หรือ Radeon อย่างไร แต่ที่รู้ๆ ถ้าเอามาทำงานด้านกราฟิกเฉพาะทางแล้ว ต่อให้ใช้ GeForce 9800GX2 ที่ว่าแรงแล้วก็ยังสู้ Quadro ไม่ได้เลยละครับ!

Harddisk Drive
แม้ว่าเราจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยีดิสก์ที่เคยอยู่แค่บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์อย่าง RAID กันมาแล้ว แต่นั่นก็เพียงแค่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่า หรือแม้แต่ฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วรอบสูงๆ อย่าง WD Raptor 10,000 รอบต่อนาที ถึงจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้พีซีก็ตาม แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน เครื่องเวิร์กสเตชันบางรุ่นจึงได้ติดตั้งคอนโทรลเลอร์อย่าง SCSI หรือ SAS ที่มีความสามารถในการทำงานมากกว่า มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงกว่า และที่สำคัญคือฮาร์ดดิสก์ที่อยู่บน 2 ระบบนี้ยังมีความเร็วสูงสุดถึง 15,000 รอบต่อนาทีอีกด้วย ลองนึกดูนะครับว่าถ้าต้องการนำมาทำ RAID จะเร็วขนาดไหน

Mainboard/ Chipset
เมนบอร์ดและชิปเซตเป็นส่วนที่ผมขอยกมาพูดในลำดับเกือบสุดท้าย เพราะเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีระดับเซิร์ฟเวอร์แล้ว ทำให้เวิร์กสเตชันส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้เมนบอร์ดพิเศษตามไปด้วย เช่น การใช้ซีพียู Xeon ที่ต้องมีชิปเซ็ตเฉพาะรุ่นมารองรับ อย่างไรก็ตามเมนบอร์ดสำหรับเวิร์กสเตชันก็ยังคงแตกต่างไปจากเมนบอร์ดของพีซีทั้งในเรื่องการออกแบบให้มีความทนทานและมั่นใจในความเสถียรได้ รวมถึงยังต้องมีสล็อตสำหรับใส่การ์ดเพิ่มแบบแปลกๆ อย่าง PCI-X หรือ PCI 64-bits ซึ่งหาไม่ได้ในเมนบอร์ดพีซีทั่วไปอีกด้วย

Monitor
จอภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่ง แต่จะเรียกว่าเป็นส่วนประกอบของเวิร์กสเตชันซะทีเดียวก็คงไม่เชิง ค่อนข้างออกไปในแนวของออปชันเสริมมากกว่า เพราะด้วยความที่เครื่องเวิร์กสเตชันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักๆ หรือการใช้งานด้านกราฟิก ดังนั้น จอมอนิเตอร์ที่ใช้แสดงผลจึงต้องเป็นจอที่สามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียดค่อนข้างสูง โดยอาจจะเป็นจอ LCD ขนาด 20 นิ้วขึ้นไปที่สามารถแสดงผลที่ความละเอียดมากกว่า 1,680×1,050 พิกเซล นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้จอภาพแบบหลายจอเพื่อทำงานแบบมัลติมอนิเตอร์อีกด้วย ซึ่งพีซีทั่วไปอาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องนี้มากนัก

มัลติคอร์ & มัลติโพรเซสเซอร์
ในแง่ของประสิทธิภาพการประมวลผลต่างๆ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่แล้ว การใช้ซีพียูระดับ High-End อย่าง Core2 Quad ถือว่าได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว แต่ว่าเหตุใดซีพียูอย่าง Xeon หรือ Opteron จึงมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน

ความแตกต่างของซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์หรือเวิร์กสเตชันกับซีพียูทั่วไปนั้น ปัจจุบันอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากซีพียูยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานการประมวลผลตามสถาปัตยกรรม x86 อยู่ แต่สิ่งที่แตกต่างคงเป็นเรื่องของรายละเอียดทางด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น อย่างในเรื่องของระบบ I/O เรื่อง FSB ที่สูงขึ้นมากกว่าปกติ เรื่องสัญญาณนาฬิกาที่มากขึ้น หรือาจจะเป็นเรื่องของ L2 Cache ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แพลตฟอร์มของเวิร์กสเตชันบางรุ่นอาจจะมีการเพิ่ม L3 Cache ขึ้นมาเพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอีกด้วย

สถาปัตยกรรมของ Core2 รองรับซีพียูได้เพียงแค่ตัวเดียว

สถาปัตยกรรมของ Xeon รุ่นกลางและรุ่นใหญ่รองรับการใช้งานซีพียูพร้อมกับหลายตัว

สิ่งสำคัญที่ทำให้ซีพียูระดับนี้มีความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งก็คือ รองรับการทำงานแบบ Multi Processor ซึ่งต่างจากรูปแบบของ Multi Core อย่าง Dual หรือ Quad นะครับ การทำ Multi Processor หมายถึงซีพียูมีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้มากกว่า 1 ตัว โดยที่ซีพียูแต่ละตัวอาจจะเป็น Dual หรือ Quad Core ได้อีก ยกตัวอย่างซีพียู Xeon Dual Core ในตระกูล 5000 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 2-Ways หรือรองรับการทำงานร่วมกันของซีพียูได้ 2 ตัว เมื่อทำงานเต็มที่มันจะเท่ากับหน่วยประมวลผลถึง 4 ตัว แล้วลองนึกดูซิครับว่าหากเรานำซีพียูแบบ 4-Ways ที่ทำงานร่วมกันได้สูงสุด 4 ตัว และแต่ละตัวเป็นซีพียู Quad Core เมื่อทำงานจะมีหน่วยประมวลผลสูงถึง 16 Core มันจะมีประสิทธิภาพมากมายขนาดไหน!

นี่คือสาเหตุหลักที่เครื่องเวิร์กสเตชันระดับ High-End ส่วนใหญ่จะหยิบเอาซีพียู Intel Xeon หรือ AMD Opteron มาใช้ในแบบ Multi Processor โดยจุดประสงค์หลักก็เลยก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่ถูกจำกัดจากซีพียูของพีซีทั่วไปที่ไม่รองรับการทำ Multi Processor นั่นเอง

เปิดประตูสู่โลก OpenGL
ถ้าถามถึงกราฟฟิกการ์ดชั้นนำ หลายคนคงนึกถึง GeForce หรือไม่ก็ Radeon ใช่ไหมครับ แต่พอเอ่ยถึงชื่อ Quado และ FireGL น้อยคนนักที่จะรู้จัก ทั้งๆ ที่มันเป็นกราฟิกการ์ดชั้นนำในโลกของเวิร์กสเตชันเช่นเดียวกัน GeForce และ Radeon จัดได้ว่าเป็นกราฟิกการ์ดที่ได้รับความนิยมมากในท้องตลาด ด้วยความที่มันมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีในการแสดงผลที่ค่อนข้างสูง และสามารถเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือการ์ดเหล่านี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ นั่นหมายถึงการทำงานร่วมกับ DirectX ซึ่งเป็น API ที่เกมต่างๆ เกือบทั้งหมดเรียกใช้งาน ทำให้การ์ดเหล่านี้ถูกปรับปรุงมาเพื่อรองรับงานกราฟิก 3 มิติที่อยู่บน DirectX เป็นหลักเท่านั้น มันจึงสามารถเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

งาน CAD/CAM เรียกใช้ OpenGL ซึ่งต้องใช้กราฟิกการ์ดเฉพาะด้านจึงจะทำงานได้ดี

กราฟเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Quadro กับ GeForce เมื่อใช้งานกับโปรแกรม CAD/CAM

ในทางกลับกันยังมี API อีกรูปแบบหนึ่ง ที่อยู่ในฝั่งของเวิร์กสเตชันมานมนาน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า OpenGL และถือกำเนิดขึ้นมาก่อนหน้า DirectX ด้วยซ้ำ และเกมเก่าๆ สมัยก่อนบางเกมก็มีการเรียกใช้ API ตัวนี้ด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญของ OpenGL นั้นไม่ได้อยู่ที่เกมเป็นหลัก แต่เป็นโปรแกรมกราฟิกที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบที่เราเรียกว่าโปรแกรม CAD/CAM อย่าง AutoCAD, SolidWork หรือ 3D Studio MAX เหล่านี้ล้วนแต่เป็นแอพพลิเคชันที่เรียกใช้ API แบบ OpenGL ทั้งสิ้น และเป็นแอพพลิเคชันสำคัญในการทำงานด้านกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ด้วย นี่แหละครับครับคือความสำคัญของกราฟิกการ์ดระดับเวิร์กสเตชัน

กราฟิกการ์ดในตระกูล Quado หรือ FireGL นั้นเป็นกราฟิกการ์ดที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ OpenGL อย่างงานออกแบบกราฟิก 3 มิติในโปรแกรม CAD/CAM ต่างๆ ที่คุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อคุณได้ออกแบบชิ้นงานที่มีความซับซ้อนหรือมีโพลีกอนจำนวนมากๆ เรียกว่ายิ่งรายละเอียดของชิ้นงานมีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างของการ์ดสำหรับเล่นเกมและการ์ดสำหรับเวิร์กสเตชันมากขึ้นเท่านั้น

เวิร์กสเตชันเหมาะสำหรับใคร?
ในเมื่อเครื่องพีซีปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพสูงมากอยู่แล้ว การทำงานต่างๆ ที่จะต้องมีการใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล หรืองานด้านกราฟิกก็ตาม ผู้ใช้เองต่างหันไปใช้งานเครื่องที่เป็นพีซีกันมากขึ้นเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า เวิร์กสเตชันก็มีจุดเด่นของมันอยู่หลายๆ ส่วน ซึ่งถ้าคุณต้องการจะทำงานด้านกราฟิกหนักๆ ในแบบมืออาชีพแล้ว การไปซื้อการ์ด GeForce หรือ Radeon รุ่นดีที่สุดในร้านมาก็คงไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ อีกทั้งเรื่องของซีพียูที่รองรับการประมวลผลแบบ Multi Processor และการออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบทั้งหมด ทั้งชิปเซต เมนบอร์ด ระบบฮาร์ดดิสก์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเคส และเพาเวอร์ซัพพลายก็ได้รับการออกแบบมาให้มีคุณภาพที่สูงกว่า มีความทนทานมากกว่า ทั้งนี้เพื่อลดความผิดพลาดหรือลดโอกาสเสียหายของระบบ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปเสียหมด ผมคิดว่าหากเครื่องเสียและใช้งานไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกับงานที่ต้องรีบส่งลูกค้า แค่ราคาของเครื่องเวิร์กสเตชันที่ต่อให้แพงเป็น 2 เท่า มันก็ยังคุ้มค่าที่จะจ่ายครับ!

ตอนนี้จึงพอสรุปได้ว่ากลุ่มคนที่ต้องการเครื่องเวิร์กสเตชันจริงๆ นั้นคงจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ต้องการทำงานกราฟิกประเภท CAD/CAM และ 3D เป็นหลัก เช่น สถาปนิก วิศวกร หรือโรงงานผลิดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีการออกแบบสินค้าที่มีความซับซ้อนมากๆ ถือว่าเป็นการใช้งานเฉพาะกลุ่มเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมีผู้ที่ใช้ในงานตัดต่อระดับมืออาชีพที่ต้องการอุปกรณ์เฉพาะด้านอีกด้วย

เครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนม
ในเมื่อความต้องการเวิร์กสเตชันยังคงมีอยู่ ผู้ที่ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทเวิร์กสเตชันจึงยังต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย โดยปัจจุบันก็ยังบริษัทที่ผลิตเวิร์กสเตชันออกมาอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ เพียงแค่อาจจะเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มที่มีการใช้งานเท่านั้น เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูงมาก สำหรับในเมืองไทยเองมีเครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนมที่ทำตลาดอยู่ไม่กี่ราย ที่เห็นหลักๆ ก็น่าจะเป็น HP ที่ได้มีการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ

ตัวเวิร์กสเตชันจาก HP นั้นจะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ โดยใช้หน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยกราฟิกการ์ดที่รองรับกับ OpenGL โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถทำงานประเภท CAD/CAM ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในด้านของราคาหลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องเวิร์กสเตชันนั้นมีราคาที่สูงอยู่แล้ว และยิ่งเป็นแบรนด์เนมก็น่าจะยิ่งมีราคาสูงมากขึ้นไปอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวิร์กสเตชันแรนด์เนมกลับไม่ได้มีราคาแพงมากอย่างที่คิด ในส่วนของ HP เวิร์กสเตชันเอง ก็มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นบาทเท่านั้น ถ้าเทียบแล้วก็คงพอๆ กับเครื่องพีซีระดับกลางๆ ด้วยซ้ำไป เครื่องเวิร์กสเตชันแบรนด์เนมที่มีขายอยู่นั้นจะมีตั้งแต่รุ่นที่ใช้ซีพียูธรรมดาอย่าง Intel Core2 Duo หรือแม้แต่ Pentium Dual-Core

ซึ่งถือว่าเป็นซีพียูระดับล่างก็ยังมีด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ราคาของเครื่องเวิร์กสเตชันนั้นไม่แพงมากจนเกินไป แต่จะให้ไปเน้นในส่วนของกราฟิกการ์ดแทน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานด้านกราฟิกมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าการเน้นที่ซีพียูเพียงอย่างเดียว ส่วนใครที่ต้องการประสิทธิภาพของซีพียูที่สูงมากจริงๆ ก็ต้องเลือกรุ่นนี้เลยครับ Xeon Quad-Core ทั้งแบบที่มาเป็น Single-Processor และ Dual-Processor แต่นั่นก็หมายถึงราคาที่แพงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกันนะครับ!

โมบายเวิร์กสเตชัน
นอกจากเครื่องเวิร์กสเตชันจะมาในรูปแบบของเครื่องเดสก์ทอปแล้ว ยังมีเครื่องเวิร์กสเตชันที่อยู่ในรูปแบบของแลปทอปหรือโน้ตบุ๊กด้วยเช่นเดียวกัน โดยจุดเด่นของตัวโน้ตบุ๊กเวิร์กสเตชันนี้ ไม่ใช่ว่าเลิกใช้ซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์เหมือนในเครื่องเดสก์ทอปนะครับ ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนกับโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Centrino Processor Technology แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือการ์ดจอแบบแยก ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดที่รองรับการทำงานของ OpenGL เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Quadro หรือ FireGL ที่เป็นชิปกราฟิกในตระกูล Mobile

จุดประสงค์ของการใช้งานเวิร์กสเตชันในรูปแบบของโน้ตบุ๊กนั้นอาจจะไม่ได้เน้นประสิทธิภาพในการทำงานหนักๆ มากนัก แต่อาจจะทำให้โน้ตบุ๊กนั้นสามารถเปิดไฟล์กราฟิก CAD/CAM ขึ้นมาเพื่อดู ตรวจสอบ แก้ไข หรือนำเสนอนอกสถานที่ ซึ่งไม่สามารถแบกเครื่องเดสก์ทอปเวิร์กสเตชันไปด้วยได้ แต่เชื่อว่ารุ่นใหม่ๆ ที่กำลังออกมาหลังจากนี้ น่าจะใช้ชิปประมวลผลทั้งซีพียูและกราฟิกประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้สามารถทำงานได้ไม่แพ้เครื่องตั้งโต๊ะเลยก็เป็นได้

ประกอบเครื่องเวิร์กสเตชัน
มาถึงตรงนี้สำหรับคนที่สนใจต้องการมีเครื่อง เวิร์กสเตชัน เพื่อใช้เน้นสำหรับงานกราฟิกแล้ว และเตรียมงบประมาณไว้เรียบร้อย เพียงแค่ติดตรงที่ไม่อยากซื้อเครื่องแบรนด์เนมด้วยเหตุผลทั้งเรื่องของราคาที่อาจจะค่อนข้างสูง หรือเรื่องของสเปกที่อาจจะไม่ถูกใจซะทีเดียว รวมถึงใครที่สนใจอยากได้แปลงโฉมเครื่องพีซีตัวเก่งของคุณให้กลายเป็น เวิร์กสเตชัน ในพริบตาก็สามารถทำได้เช่นกัน ลองอ่านคำแนะนำของเราดูกันก่อนนะครับ

สิ่งที่สำคัญสิ่งแรกสำหรับคนที่อยากจะมี เวิร์กสเตชัน ไว้ใช้ก็คือเรื่องของความต้องการในการทำงาน คุณจะต้องทราบก่อนว่างานที่คุณต้องทำนั้นมีความซับซ้อนมากน้อยขนาดไหน เพื่อที่จะได้เลือกเครื่อง เวิร์กสเตชัน ให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานได้อย่างถูกต้อง จากนั้นจึงค่อยมาดูทีละส่วนประกอบกัน

CPU
เรื่องของซีพียูนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบโดยรวม เพราะมันเป็นศูนย์กลางที่ทำหน้าที่ประมวลผลสิ่งต่างๆ แน่นอนว่าซีพียูสำหรับ High-End PC อย่าง Intel Core2 Duo, Core2 Quad หรือ Core2 Extreme ต่างก็มีประสิทธิภาพที่ถือว่ายอดเยี่ยมด้วยกันทั้งสิ้น งานนี้ถ้าพิจารณาจากงานที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนักอย่างการทำกราฟิก CAD/CAM ทั่วไป ซีพียูระดับนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่สำคัญคือมันมีราคาถูกและหาอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วยอย่างเมนบอร์ดและหน่วยความจำได้ง่าย

ส่วนใครที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงๆ ประมาณว่า Quad Core ก็เอาไม่อยู่แล้ว ก็คงต้องหันหน้าไปพึ่งซีพียูอย่าง Intel Xeon หรือ AMD Opteron ซึ่งรองรับการทำ Multi Processor ได้ แต่ซีพียูในตระกูลเหล่านี้มีราคาที่แพงมาก และอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยอย่างเมนบอร์ดก็มีราคาแพง และหาซื้อได้อยาก อาจจะต้องติดต่อบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์ Server/Workstation โดยเฉพาะ จึงจะมีนะครับ

Mainboard
จะเห็นว่าจากหัวข้อที่แล้ว CPU แทบจะเป็นตัวกำหนดเมนบอร์ดที่คุณจะต้องเลือกใช้กันเลยทีเดียว เพราะถ้าคุณเลือกใช้ซีพียูที่เป็น Core2 รุ่นต่างๆ เมนบอร์ดที่ทำงานร่วมด้วยจะเป็นเมนบอร์ดที่มีอินเทอร์เฟซแบบ LGA-775 และเป็นชิปเซตที่เราค่อนข้างคุ้นเคยกันดีอยู่ในตลาดพีซีอย่าง X48, X38 หรือ P35 ส่วนถ้าเป็น AMD Phenom ก็จะเป็นเมนบอร์ดที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบ AM2+ แทน

แต่ในกรณีที่คุณเลือกใช้ซีพียูระดับ Server/Workstation แล้ว เมนบอร์ดและชิปเซตต่างๆ ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย อย่าง Intel Xeon ที่จะต้องใช้เมนบอร์ดที่มีอินเทอร์เฟซแบบ LGA-771 พร้อมกับชิปเซตระดับ Server อย่างชิปเซตในตระกูล Intel 3000 หรือ 5000 ซึ่งก็จะมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปอีกรูปแบบหนึ่ง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานร่วมกันก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วยไป อย่างเช่นหน่วยความจำหรือแรม เป็นต้น

หน่วยความจำหรือแรม
เป็นส่วนต่อเนื่องมาจากเรื่องของซีพียูและเมนบอร์ดที่เราได้เลือกไว้ คราวนี้มันจะส่งผลมาถึงหน่วยความจำที่คุณจะต้องใช้ด้วย เนื่องจากแพลตฟอร์มของ Core2 ที่เป็นเหมือนกับเครื่องพีซีนั้นจะทำงานร่วมกับหน่วยความจำประเภท DDR2 และ DDR3 ซึ่งเป็นแรมแบบธรรมดา แต่ข้อดีคือมีความเร็วของระบบบัสในการทำงานที่สูง ในขณะที่เมนบอร์ดตระกูล Server/Workstation ในกรณีที่คุณเลือกใช้ซีพียูแบบ Intel Xeon หรือ AMD Opteron ส่วนใหญ่จะต้องทำงานร่วมกับแรมแบบ DDR2 ที่เป็นรุ่นพิเศษอย่างเช่น มี ECC หรือ Registered ที่เป็นระบบตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด (ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยนิดอยู่แล้ว) เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรมากขึ้น หรือบางรุ่นอาจจะต้องการให้ทำงานร่วมกับแรมแบบ FB-DIMM ซึ่งจะมีการติด Buffer ไว้บนแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 2-3 เท่าด้วย ในส่วนนี้ต้องดูให้ดีๆ นะครับ เพราะเมนบอร์ดระดับ เวิร์กสเตชัน เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การรองรับ แต่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับหน่วยความจำที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้เลย และหน่วยความจำพิเศษเหล่านี้ก็มีราคาที่แพงมาก และมีข้อกำหนดในการเลือกซื้อที่ค่อนข้างเยอะด้วยจึงต้องศึกษารายละเอียดให้ดีๆ ก่อนที่จะทำการซื้อนะครับ

ข้อสังเกตุ: จะเห็นว่าอุปกรณ์ทั้ง 3 อย่างคือซีพียู เมนบอร์ด และแรมนั้นมีความสัมพันธ์กันมาก ดังนั้น การเลือกซื้อก็จะต้องดูควบคู่กันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ระดับ Server/Workstation ที่ไม่ได้มีขายอย่างแพร่หลายเหมือนอย่างอุปกรณ์ของพีซีด้วยแล้ว เรียกว่าถ้าคุณตัดสินใจว่าจะต้องใช้อุปกรณ์ระดับนั้นจริงๆ ก็อาจจะต้องซื้อมาพร้อมกับยกเซตทั้ง 3 อย่างเลยก็ว่าได้ เหตุผลแรกเพราะคุณคงหาร้านที่ขายอุปกรณ์เหล่านี้ได้ไม่ง่ายนัก และอย่างที่สองคือจะได้ทดสอบความเข้ากันได้ของระบบทั้งหมดว่าสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีและมีเสถียรภาพเพียงพอกับงานที่คุณต้องการ

Graphic Card
มาถึงส่วนที่มีความสำคัญอีกส่วนหนึ่งนั่นคือระบบแสดงผลหรือกราฟิกการ์ด งานนี้การเลือกนั้นจะต้องดูว่ารูปแบบการทำงานของคุณเน้นการทำงานอะไร ในด้านใดบ้าง เพื่อที่จะจัดหาอุปกรณ์มารองรับได้ตรงตามความต้องการ ถ้าหากคุณต้องการนำเวิร์กสเตชัน ไปเน้นงานประมวลผลหนักๆ ไม่เน้นการแสดงผลกราฟิกมากนัก อาจจะเป็นเพียงแค่ข้อมูลทางสถิติต่างๆ และไม่ได้จำเป็นต้องใช้จอภาพมากกว่าหนึ่งจอแล้ว เรื่องของกราฟิกการ์ดแทบจะไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยเพราะคุณสามารถใช้กราฟิกการ์ดแบบออนบอร์ด หรือถ้าไม่อยากให้มันแบ่งหน่วยความจำของระบบไปใช้ก็อาจจะจัดหากราฟิกการ์ดระดับล่างที่มีราคาไม่แพงมากอย่างพวก GeForce หรือ Radeon มาใช้งานแทนก็ได้เช่นกัน

ตารางสเปกของ Quadro NVS แต่ละรุ่น


 

  
ATI FireMV™ Multi-View Graphics Accelerators
Product Name FireMV™ 2200 PCI Express FireMV™ 2200 PCI FireMV™ 2250 PCI Express FireMV™ 2400 PCI Express FireMV™ 2400 PCI
Bus PCI-Express x16 PCI PCI-Express x16/x1 PCI-Express x1 PCI
Memory Config 128MB DDR 64MB DDR 256MB DDR 256MB DDR 128MB DDR
Display Support Dual DVI or VGA Dual DVI or VGA Dual DVI or VGA Quad DVI or VGA Quad DVI or VGA
Connector DMS-59 DMS-59 DMS-59 VHDCI VHDCI
Form-Factor Low Profile/Half Length Low Profile/Ultra-Half Length Low Profile/Half Length Low Profile/Half Length Low Profile/Half Length
Maximum Analog Resolution 2048×1536 2048×1536 2048×1536 2048×1536 2048×1536
Maximum Digital Resolution 1600×1200 1600×1200 1920×1200 1600×1200 1600×1200

ตารางสเปกของ FireMV แต่ละรุ่น

แต่ถ้าหากความต้องการของคุณเพิ่มขึ้นจากการใช้จอภาพแบบจอเดียวมาเป็นการเน้นการแสดงผลแบบหลายจอ อย่างเช่นการทำงานเกี่ยวสถิติ ข้อมูลทางการเงิน ตลาดหุ้น หรือทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันทางสถิติขององค์กรบางตัวที่ต้องการการแสดงผลแบบหลายจอแล้วล่ะก็ กราฟิกออนบอร์ดอาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ได้ คุณจำเป็นจะต้องหากราฟิกการ์ดมาเพิ่มเติมอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าอาจจะใช้ GeForce หรือ Radeon รุ่นล่างๆ ที่มีความสามารถในการต่อออก 2 จอได้มาใช้เพื่อความประหยัด หรือถ้าต้องการเน้นคุณภาพจริงๆ ก็มีกราฟิกการ์ดแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการแสดงผล 2 มิติ และรองรับการแสดงผลหลายจอโดยเฉพาะอย่างเช่นกราฟิกการ์ดในตระกูล nVidia Quadro NVS, ATI FireMV หรือ Matrox Parhelia ก็จะสามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ตารางสเปกของ Quadro FX แต่ละรุ่น

สุดท้ายคือความต้องการด้านกราฟิก 3 มิติ ซึ่งในที่นี้หมายถึงการเอามาใช้ทำงาน โดยเฉพาะประเภท CAD/CAM และการออกแบบโมเดล 3 มิติ ต่างๆ นะครับ ไม่ได้เอามาเน้นเล่นเกม ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นว่างานเหล่านี้จะเรียกใช้ความสามารถ OpenGL ของกราฟิกการ์ดมากกว่า ดังนั้นกราฟิกการ์ดที่เหมาะสำหรับการทำงานจริงๆ จึงเป็นกราฟิกการ์ดในตระกูล nVidia Quadro FX และ ATI FireGL มากกว่าครับ

ตารางเปรียบเทียบราคาการ์ด Quadro และ FireGl

Model
Graphic Chip
Interface
Memory Size
Memory Bandwidth
Price
Winfast VGA Quadro FX1500 Quadro FX1500 PCI-Ex 256MB GDDR3 256-bits 33,750 บาท
Winfast VGA Quadro FX1700 Quadro FX1700 PCI-Ex 512MB GDDR2 128-bits 34,775 บาท
Winfast VGA Quadro FX3450 Quadro FX3450 PCI-Ex 256MB GDDR3 256-bits 53,393 บาท
Winfast VGA Quadro FX550 Quadro FX550 PCI-Ex 128MB GDDR3 128-bits 13,054 บาท
Winfast VGA Quadro FX560 Quadro FX560 PCI-Ex 128MB GDDR3 128-bits 15,301 บาท
Winfast VGA Quadro FX570 Quadro FX570 PCI-Ex 256MB GDDR3 128-bits 15,301 บาท

 

  
Model
Graphic Chip
Interface
Memory Size
Memory Bandwidth
Price
ELSA FireGL T2-128 FireGL 9600 PCI-Ex 128MB DDR N/A 13,800 บาท
ELSA FireGL X2-256t FireGL 9800XT PCI-Ex 256MB DDR N/A 39,500 บาท
ELSA FireGL V3100 FireGL V3100 PCI-Ex 128MB 128-bits 14,200 บาท
ELSA FireGL V3200 FireGL V3100 PCI-Ex 128MB 128-bits 22,600 บาท
ELSA FireGL V7100 FireGL V7100 PCI-Ex 256MB DDR3 256-bits 61,000 บาท

Harddisk
อุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ และเวิร์กสเตชันก็มีทางเลือกให้คุณได้มากกว่าเครื่องพีซีที่มีแต่อินเทอร์เฟซแบบ IDE และ SATA เท่านั้น โดยในเมนบอร์ดสำหรับเวิร์กสเตชันบางรุ่นจะมีคอนโทรลเลอร์ที่เรียกว่า SCSI หรือรุ่นใหม่จะเรียกว่า SAS ติดมาให้ด้วย (บางรุ่นก็จะต้องซื้อมาติดตั้งเพิ่มเอง) คอนโทรลเลอร์แบบ SCSI และ SAS นี้จะพบเห็นได้ในเครื่องระดับเซิร์ฟเวอร์เสียเป็นส่วนใหญ่

จุดเด่นของฮาร์ดดิสก์แบบ SAS เมื่อเทียบกับ SATA นั้นแม้ว่าจะมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 3.0Gb/s เหมือนกัน แต่ด้วยรูปแบบเทคโนโลยีแล้วทำให้มันมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่สูงกกว่า นอกจากนี้ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานร่วมกับคอนโทรลเลอร์ SAS ก็ยังมีความเร็วรอบที่สูงกว่า

โดยมีทั้งรุ่นที่มีความเร็วในการหมุน 10,000 – 15,000 รอบต่อนาที ทำให้มีความเร็วในการทำงานที่สูงกว่าฮาร์ดดิสก์บนพีซีมาก แต่ด้วยราคาของทั้งตัวฮาร์ดดิสก์และคอนโทรลเลอร์ที่ค่อนข้างสูง งานนี้คุณก็อาจจะต้องชั่งใจว่าจะยอมลงทุนกับ SAS เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หรืออาจจะใช้ SATA ที่มีราคาถูกกว่าแล้วใช้ RAID เพื่อเสริมประสิทธิภาพแทนก็ได้เหมือนกัน

Power Supply
ส่วนประกอบหลักๆ ก็ได้กล่าวกันไปหมดแล้ว คราวนี้มาถึงส่วนประกอบที่อยู่เบื้องหลังซึ่งมองข้ามความสำคัญของมันไม่ได้เหมือนกันนั่นคือ Power Supply ที่เป็นระบบที่คอยจ่ายไฟเพื่อล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือก Power Supply สำหรับเวิร์กสเตชันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักมากกว่าพีซี เนื่องจากอุปกรณ์ของ เวิร์กสเตชันแต่ละอย่างนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และกินไฟค่อนข้างเยอะ ระบบจ่ายไฟที่สามารถไว้ใจได้จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการทำงานของเวิร์กสเตชันด้วย ส่วนเรื่องที่จะบอกว่าควรจะใช้ Power Supply กี่วัตต์นั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะฟันธงได้ มันขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่คุณใช้งานว่ามีความต้องการไฟฟ้ามากน้อยขนาดไหน แต่ที่สำคัญคือควรจะเลือก Power Supply ที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องไว้ก่อนครับ

นอกจากประเด็นหลักๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ก็อาจจะมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีก เช่น การ์ดตัดต่อวิดีโอ หรือซาวนด์การ์ดคุณภาพสูง ที่อาจจะใช้ในการตัดต่อเสียง ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องแล้วแต่ลักษณะการใช้งานของคุณว่าต้องการนำไปใช้งานด้านใดบ้างครับ

กรณีศึกษาการจัดสเปกเครื่องเวิร์กสเตชัน
หลังจากที่เราได้แนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องเวิร์กสเตชันในแต่ละส่วนไปเป็นที่เรียบร้อยร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดูกรณีศึกษาเพื่อจัดสเปกและประกอบเครื่องเวิร์กสเตชันมาใช้งานกันดูบ้างเพื่อเป็นแนวทางโดยคร่าวๆ นะครับ

ในกรณีนี้ผมขอสมมุติว่าผมต้องการจะประกอบเครื่องเวิร์กสเตชันในแบบของตัวเองขึ้นมา โดยวางงบประมาณไว้ที่ 4-5 หมื่นบาท เป็นเครื่องเวิร์กสเตชันระดับกลางๆ ซึ่งความต้องการในการใช้งานก็คือเอามาทำกราฟิก 3 มิติในโปรแกรม 3D Studio MAX หรือโปรแกรม CAD/CAM ประเภทอื่นๆ อีกพอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องเวิร์กสเตชันที่แรงมากมายนัก เสปกที่ได้คร่าวๆ ก็จะออกมาประมาณนี้

CPU : Intel Core2 Duo E7200
Mainboard : Gigabyte GA-EP35-DS3R
RAM : Kingston DDR2-800 4GB (2GBx2)
Graphic Card : Winfast VGA Quadro FX570
Harddisk : WD Caviar RE2 WD5000ABYS 500GB SATA-II 16MB NCQ
Optical Drive : Asus DVD-RW 20X
Sound : On-Board
Monitor : LG LCD 22” Wide
Power Supply : Enermax 500W

จะเห็นว่าผมได้เลือกใช้ซีพียูเพียงแค่ Core2 Duo เท่านั้น เนื่องจากราคาที่คุ้มค่ากว่า และเรื่องของการหาซื้ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วยสามารถหาได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีที่เสียแล้วต้องหาอะไหล่มาเปลี่ยนจะสามารถทำได้อย่างสะดวกกว่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือพยายามจัดสเปกให้ใกล้เคียงกับ High-End PC ก็ว่าได้ แต่ส่วนของกราฟิกการ์ดได้เปลี่ยนไปใช้ Quadro FX570 ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับทำงานบนเครื่องเวิร์กสเตชัน ในระดับล่างของตระกูล Quadro ซึ่งผมถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการทำงานและงบประมาณที่จัดเตรียมไว้ และนี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งของเครื่อง เวิร์กสเตชัน แบบ DIY ที่เราจัดสเปกกันขึ้นมาเองครับ

D.I.Y. or Brandname เลือกแบบไหนดี?
หลังจากที่เราได้แนะนำถึงวิธีการในการเลือกซื้ออุปกรณ์และสร้างเครื่องเวิร์กสเตชัน ในแบบของตัวเองกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หากต้องการเครื่องเวิร์กสเตชันมาใช้งานจริงๆ แล้ว ควรจะเลือกแบบไหนระหว่างที่เราต้องมาจัดสเปกและประกอบเครื่องขึ้นมาเอง หรือจะไปซื้อเครื่องแบรนด์เนมมาใช้ทีเดียวจบ

ตามความเห็นของผมหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ มาพอสมควรแล้ว ถ้าคุณต้องการเวิร์กสเตชันระดับที่ใช้ซีพียู Xeon หรือ Opteron ทางเลือกที่เหมาะสมมากที่สุดคงต้องเป็นเครื่องแบรนด์เนมล่ะครับ เพราะด้วยความยากลำบากในการหาซื้ออุปกรณ์มาใช้งานและรายละเอียดปลีกย่อยที่มากจนน่าปวดหัวแล้ว การซื้อเครื่องแบรนด์เนมไปเลยคุ้มค่ากว่าครับ เพราะนอกจากจะเป็นการรับรองได้ว่าซื้อมาแล้วใช้งานได้เลยแล้วยังมีเรื่องของบริการหลังการขายด้วยแต่สำหรับคนที่ต้องการ เวิร์กสเตชัน ที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ระดับเทพอะไรมากมายแล้วก็อาจจะมีทางเลือกมากหน่อย อย่างน้อยกราฟิกการ์ดสำหรับเวิร์กสเตชันก็ยังพอหาซื้อได้บ้างอยู่

แต่ถึงอย่างไรทางเลือกแรกก็น่าลองดูสเปกของเครื่องแบรนด์เนมที่มีขายอยู่ก่อนเพื่อเปรียบเทียบราคาก็ดีครับ ยกเว้นว่าคุณต้องการสเปกที่แตกต่างไปหรือต้องการแปลงพีซีที่ใช้อยู่ให้กลายเป็นเวิร์กสเตชัน อันนี้ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่งนะครับ

บทสรุป
ถ้ามองในแง่ของคนที่ทำงานด้านกราฟิกแล้ว ยังไงเวิร์กสเตชันก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างแน่นอน เพียงแต่ปัจจุบันพีซีที่เราใช้งานกันอยู่มีความสามารถในการทำงานที่สูงจนบางครั้งก็สามารถนำมาใช้ทดแทนเวิร์กสเตชัน ได้เหมือนกัน ยกเว้นในงานระดับมืออาชีพที่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและออกแบบมาเพื่องานนั้นๆ หวังว่าบทความตอนนี้จะทำให้คุณเห็นความสำคัญของเวิร์กสเตชันมากขึ้น และนำไปใช้งานให้ถูกตามสิ่งที่มันได้รับการออกแบบมา แล้วคุณจะรู้ว่ามันทำให้งานของคุณง่ายขึ้นเยอะทีเดียว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นบทความที่ให้ความรู้ได้ดี และชัดเจนมากค่ะ big smile

#1 By Bear (58.8.99.216) on 2009-10-25 05:22